หน้าแรก
ข้อมูลพื้นฐานจังหวัด
แผนที่จังหวัด
โครงสร้างการทำงานของขบวนจังหวัด
แผนงานโครงการขบวนจังหวัด
ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน
ข่าวสารงานพัฒนา
นโยบายของรัฐ
เวปขบวนชุมชนใต้ล่าง
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อ Webmaster
ปฏิทินกิจกรรม
<<  January 2012  >>
 Mo  Tu  We  Th  Fr  Sa  Su 
        1
  2  3  4  5  6  7  8
  9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031     
ค้นหาข้อมูล
 
 
  .
ข่าวสารงานพัฒนา
เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน จังหวัดสงขลา

โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำ สอชต.สงขลา รุ่นที่ 1/54 วันที่ 8 -9 ตุลาคม 2554 ณ ปางไม้รีสอร์ท ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

สอชต. ที่เข้าร่วมการสัมมนาโครงการครั้งนี้ จำนวน 5 สภา คือ สอชต.ฉลุง สอชต.ทุ่งตำเสา สอทม.บ้านพรุ สอทม.คลองแห สอทน.หาดใหญ่ จำนวน 56 คน คณะวิทยากร 4 คนและกองงานเลขาจังหวัด โดยอาจารย์ปาฎิหาริย์ บุญรัตน์ เป็นวิทยากรหลักในการจัดทำหลักสูตร และดำเนินงาน คาดหวังจากการจัดทำหลักสูตรในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้เกิดแกนนำที่เข้มแข็ง สามารถเป็นวิทยากรชุมชนได้ มีความรู้ความสามารถ มีจิตอาสา พัฒนาชุมชนได้ในระดับพื้นที่ของชุมชนตนเอง เข้าใจการจัดทำแผนของชุมชน ให้เกิดความสามัคคีกันในหมู่คณะและเครือข่าย สอชต. , อปท., อบจ. ให้ทำงานร่วมมือกันให้ไปในทิศทางเดียวกัน ลดความขัดแย้งในพื้นที่ร่วมมือร่วมใจกันทำงานเพื่อพัฒนาชุมชนตนเองให้เข้มแข็งสู่ตำบลจัดการตนเอง

 

 


การประชุมศูนย์ประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสงขลา

ศูนย์ประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสงขลา จัดการประชุมขึ้นเมื่อวันที่ 1 ของทุกเดือน จากการประชุมวันที่ 1 ตุลาคม 2554 ณ ศูนย์ประสานงานไทยเข้มแข็ง ตำบลจะนะ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้มีการเตรียมคณะทำงานในประเด็นสาธารณะเรื่องภัยพิบัติ ในการจัดงานสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับจังหวัด ณ หอประชุมนานาชาติ มอ. วันที่ 22 ตุลาคม 2554 นี้ เพื่อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติและช่วยเหลือแก่ชาวจังหวัดสงขลา


เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนอำเภอกระแสสินธุ์จัดสัมมนา

เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน อำเภอกระแสสินธุ์ ร่วมกันจัดโครงการหลักสูตรร่วมค้นหาแนวทางตำบลจัดการตนเอง โดยมีสภาองค์กรชุมชมตำบลระวะ, บ่อดาน, บ่อตรุ และตำบลซึ่งกำลังเรียนรู้ ตำบลตะเคลียะ กำหนดหลักสูตรลงแพ ณ กลางทะเลสาบสงขลา (ตอนกลาง) เมื่อวันที่ 28-29 กันยายน 2554 ที่ผ่านมา จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 48 คน ผลการดำเนินงาน แกนนำจากหน่วยงานต่างๆ ได้รับความรู้และเล็งเห็นถึงความสำคัญของสภาองค์กรชุมชน สู่แนวทางการเป็นตำบลจัดการตนเอง


นโยบายของรัฐ
รองนายกฯ สุเทพ ลงพื้นที่ “บ้านซือเลาะ” เดินหน้าไทยเข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2552 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงาน “ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง” ตามแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และคณะผู้ติดตาม ในพื้นที่หมู่ 4 บ้านซือเลาะ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และเข้าร่วมเวทีประชาคมบ้านซือเลาะ ซึ่งมีสมาชิกจำนวน 180 ครัวเรือน 768 คน มี นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนบ้านซือเลาะให้การต้อนรับ


รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบสัญญาเช่าที่ดินให้ชุมชน
 
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบสัญญาเช่าที่ดินการรถไฟแห่งประเทศไทย ในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในเขตเมือง และมอบโฉนดชุมชนให้กับตัวแทนเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยภาคใต้
 
(อ่านรายละเอียดและชมคลิปวีดีโอประกอบข่าวได้ที่ taiklang.blogspot.com/2009/10/blog-post_10.html )

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2552 ที่หอประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษาสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)ใ ห้กับชุมชนเมืองสงขลา 5 ชุมชน เนื่องในโอกาสการจัดงานสมัชชาการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยขบวนการชุมชนและท้องถิ่นภาคใต้ ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)ร่วมกับเครือข่ายการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยภาคใต้ จัดขึ้น เพื่อเป็นการนำร่องในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยมีตัวแทนชุมชนผู้เดือดร้อนใน 14 จังหวัดภาคใต้และส่วนราชการเข้าร่วมประมาณ 1,500 คน
 

มองโลกในแง่จริง กรณีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ

โดย : วิทยา อาภรณ์


จนถึงปีนี้ พ.ศ. 2552 โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐมีทั้งที่เพิ่งได้เกิด เติบโต และใกล้อวสานจนแสดงให้เห็นถึงผลเสียตลอดทุกขั้นตอนอย่างหมดจดแล้ว อย่างผลของการสร้างเขื่อนที่ทำให้ชาวบ้านถูกอพยพย้ายที่ ชีวิตล่มสลาย เกิดตะกอน น้ำเน่าเสีย ล่าสุดนิคมอุตสาหกรรมที่มาบตาพุดต้องถูกบังคับให้ประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูก็จะพบปัญหาอื่นอย่างอัตราส่วนของผู้เป็นมะเร็งรวมทั้งเป็นเอดส์เพิ่มขึ้น น้ำทะเลเป็นพิษ ด้านเศรษฐกิจก็ทำให้เกิดการรวยกระจุก จนกระจาย สิ่งเหล่านี้ได้ยืนยันว่าคนที่คัดค้านโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นพวกมองโลกในแง่ร้าย แต่เป็นพวกมองโลกในแง่จริงมากกว่า

 


แผนงานโครงการขบวนจังหวัด
แผนยุทธศาสตร์ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสงขลา ปี 2552

ยุทธศาสตร์หลัก

1.การเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนและการประสานภาคี

2. การสร้างความมั่นคงและสร้างสุขภาวะของชุมชน

3. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

4. การฟื้นฟูอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีภูมิปัญญาท้องถิ่น

5. การพัฒนาระบบเศรษฐกิจ และทุนชุมชน

6. การพัฒนาองค์ความรู้/การจัดการความรู้

สามารถอ่านแผนยุทธศาสตร์ฉบับเต็มได้โดยคลิ้กที่ลิ้งค์ www.souththai.org/images/stories/file/songkhla(1).pdf


ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน
สุติมา หมัดอะดัม ความสุขที่ได้ช่วยเหลือคน

“คนดีๆ จิตใจดี มักไม่ค่อยเป็นอะไร”

คำกล่าวของสุติมา หมัดอะดัม อสม.ดีเด่นระดับชาติสาขาการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นประจำปี 2551 อาจฟังดูพื้นๆ แต่แฝงด้วยความหมายลึกล้ำแห่งความเป็นชีวิตอันเชื่อมโยงกับสรรพสิ่งในโลก

ปัจจุบันสุติมาอายุ 32 ปี พำนักอยู่ถิ่นเกิด บ้านชายบาง หมู่ 1 ตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา เป็นบุคคลอายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยได้รับรางวัล อสม.ดีเด่นระดับชาติ และเป็นคนแรกของภาคใต้ที่ได้รับรางวัลในสาขาการแพทย์แผนไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น

“เรารู้เรื่องแบบนี้มาตั้งแต่เด็กเพราะครอบครัวเป็นหมอภูมิปัญญาท้องถิ่นตั้งแต่บรรพบุรุษหลายคนทั้งหมอต่อกระดูก หมอตำแย รักษาคนโดยไม่เอาเงิน ใครมาพร้อมจะช่วยเหลือ มะ (แม่) ของเราสืบสานวิชาเหล่าถึงเรานับเป็นรุ่นที่ 4”

หมอพื้นบ้านเกิดขึ้นมาเพื่อรับใช้สังคม เธอมีแม่เป็นต้นแบบและทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต


กระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา

คำว่า”อู่ตะเภา” เป็นชื่อเรียกลำน้ำ และสถานที่หลายแห่งในประเทศไทย ในภาคใต้ก็มีหลายที่ ที่เรียกว่าอู่ตะเภา แต่สำหรับคลองอู่ตะเภา อันเป็นที่ตั้งของท่าหาดใหญ่ ซึ่งสันนิษฐานกันว่า เป็นเส้นข้ามคาบสมุทร เป็นเส้นทางการค้าทางน้ำเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนอ่าวไทยที่ลึกไปสู่ทะเลสาบสงขลา ตลอดไปจนถึงปากบางอู่ตะเภา ข้ามผืนแผ่นดินไปเชื่อมต่อกับเส้นทางค้าทางน้ำด้านเมืองไทรบุรี (รัฐเคดาห์ประเทศมาเลเซีย) สู่มหาสมุทรอินเดีย

จากบทความของ อ.พิชัย ศรีใส ชมรมรวบรวมเรื่องเมืองหาดใหญ่ ระบุว่าตัวคลองอู่ตะเภาจริงๆ เกิดจากการไหลมาบรรจบของคลองใหญ่ 2 สาย ที่บางหรำ(บ้านคลองแงะ) คือ คลองรำ ซึ่งไหลมาจากเขาลูกช้างและเทือกเขาบรรทัด(ผาดำ) และคลองแม่น้ำที่ไหลมาจากเขาน้ำค้าง รวมความยาวเกือบร้อยกิโลเมตร ถึงปากอ่าวทะเลสาบ


ข้อมูลศูนย์การเรียนรู้ชุมชน

ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน

มีทั้งหมดจำนวน 11 ศูนย์ ประกอบด้วย

  1. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลวังใหญ่ อำเพอเทพา  : ผู้ประสานงาน : นายสัมพันธ์ อนุสาส์น
  2. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลสะพานไม้แก่น อำเภอจะนะ : ผู้ประสานงาน :  นางจรรยา แก้วจันทร์
  3. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลป่าชิง อำเภอจะนะ : ผู้ประสานงาน :  นายสุพล จันทร์ยง
  4. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลนาหว้า อำเภอจะนะ : ผู้ประสานงาน :  นายกระจ่าง ชูชื่น
  5. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ : ผู้ประสานงาน :  นายห้วน บัวแก้ว
  6. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลชิงโค อำเภอสิงหนคร : ผู้ประสานงาน :  นายเรืองวิทย์ ศรีสุวรรณ
  7. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลวัดจันทร์ อำเภอสทิงพระ : ผู้ประสานงาน :  นายระนอง ซุ้นสุวรรณ
  8. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลบ่อแดง อำเภอสทิงพระ : ผู้ประสานงาน :  นางลลิตา บุญช่วย
  9. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลท่าหิน อำเภอสทิงพระ : ผู้ประสานงาน :  นางพูนทรัพย์ ศรีชู
  10. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลทุ่งหวัง อำเภอเมือง : ผู้ประสานงาน :  นายอุดม แก้วประดิษฐ์
  11. ศูนย์เรียนรู้ชุมชนตำบลวัดสน อำเภอระโนด : ผู้ประสานงาน :  นายอานิตย์ พันธ์คง

 

 


ศูนย์ข้อมูลชุมชนท้องถิ่น